Action For Our Planet Environment อัปเดตแนวทางการป้องกันฝุ่น PM 2.5 2568

อัปเดตแนวทางการป้องกันฝุ่น PM 2.5 2568

จากข้อมูลของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ พบว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ยังคงน่าเป็นห่วงเกือบทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ในระดับที่เรียกว่าเกินค่ามาตรฐาน ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตกันอย่างปลอดภัยเราจะมาอัปเดตแนวทางการป้องกันตัวเอง พร้อมทำความเข้าใจสาเหตุทำไมฝุ่น PM 2.5 ถึงยังคงอยู่ 

สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5

หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 แหล่งกำเนิด ได้แก่ 

1. แหล่งกำเนิดโดยตรง 

ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมการจราจรและขนส่ง การเผาในที่โล่ง และการเผาเชื้อเพลิง

2. แหล่งกำเนิดทางอ้อม

ได้แก่ ฝุ่น ทุติยภูมิ ซึ่งเกิดจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมตัวกับสารประกอบแอมโมเนีย (แอมโมเนียไนเตรท แอมโมเนียซัลเฟต) 

3. สารพิษข้ามพรมแดน 

ที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

**หมายเหตุ** ปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน คือ สูงกว่า 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

แนวทางการป้องกันฝุ่น PM 2.5

มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ได้แก่

1. สำหรับประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่สีแดง

หรือมีปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกิดมาตรฐาน แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากพบว่ามีอาการทางสุขภาพควรรีบเดินทางไปพบแพทย์

2. สำหรับประชาชนทั่วไป

ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและเฝ้าระวังสุขภาพ

3. สำหรับผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ

ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และกรณีมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แนวทางการการดูแลและป้องกันตนเอง

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยหลัก ๆ ประกอบไปด้วย

  • ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างใกล้ชิด สามารถติดตามได้หลายช่องทาง เช่น แอปพลิเคชัน air4thai ศูนย์การสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ฯลฯ จะมีการอัปเดตสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในแต่ละภูมิภาคให้ได้ติดตามเพื่อเฝ้าระวัง ใครไม่เคยอ่านข้อมูลหรือตามสถานการณ์บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล เพราะว่าอ่านข้อมูลง่ายมาก ๆ เนื่องจากมีการแจกแจงข้อมูลชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงและแต่ละพื้นที่มีค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM 2.5 มากน้อยแค่ไหน
  • หมั่นสังเกตอาการตัวเอง หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ได้แก่ แน่นหน้าอก ไอ คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ อาเจียน หรืออาการอื่น ๆ ที่ผิดปกติ
  • กรณีพบว่าค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดงหรือสีส้ม ควรงดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีเหตุจำเป็นให้ต้องออกจากบ้านควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน
  • ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เพื่อความปลอดภัยต่อส่วนรวม เช่น ปิ้ง ย่าง จุดธูป เผากระดาษเงิน กระดาษทอง เผาขยะ เป็นต้น

และสุดท้ายหากพบว่าตนเองมีอาการผิดปกติใด ๆ แม้เพียงเล็กน้อย ขอแนะนำว่าควรรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันทีเพื่อหาแนวทางในการรักษาและป้องกันอาการลุกลาม และอย่าลืมติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่องเพื่อหาแนวทางการรับมืออย่างเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ขอแนะนำให้ติดตามสถานการณ์บ่อยหรือถี่เกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและความกดดันจนไม่เป็นอันทำอะไร

Related Post

วิธีการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

วิธีการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ที่เราสามารถทำได้วิธีการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ที่เราสามารถทำได้

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ทั่วโลก และได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า เพราะถ้าหากสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ความเป็นอยู่ของคนและสัตว์ที่อาศัยอยู่บนโลก ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างเช่นในประเทศไทยของเราทุกวันนี้ ต้องบอกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไม่น้อยเช่นกัน ส่งผลทำให้สุขภาพแย่ลงกว่าเดิมมาก ดังนั้นถ้าหากอยากจะให้สิ่งแวดล้อมกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเท่านั้น ถ้าหากทุกคนช่วยกันทำในสิ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมก็จะลดน้อยลง และอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในไม่ช้า แล้วเราจะช่วยกันได้ด้วยวิธีไหนบ้าง แนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานให้น้อยลง พลังงานที่สำคัญในชีวิตเราก็คือไฟฟ้านั่นเอง ที่ทุกบ้านล้วนต้องใช้ การช่วยกันประหยัดพลังงาน จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้สิ่งแวดล้อมกลับมาเหมือนเดิมได้ เมื่อคนใช้ไฟฟ้าน้อยลง กำลังกายผลิตก็ต้องลดลง ผลที่ตามมาก็ได้ สภาพแวดล้อมได้รับผลกระทบน้อยลง ดังนั้นเวลาที่เราอยู่บ้าน ก็ควรใช้ไฟฟ้าในยามจำเป็นเท่านั้น อันไหนที่ประหยัดได้ก็ควรประหยัด หรือปิดไปเลยจะดีที่สุด เลือกใช้ของที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ของใช้บางอย่างสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่ได้เรื่อยๆ

เหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมเหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ชีวิตเราจะยืนยาวอยู่ได้ นอกจากการรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีแล้ว เรื่องของสภาพแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็ถือว่ามีผลเช่นกัน ถ้าหากสิ่งแวดล้อมไม่ดี อากาศเป็นพิษ หรือมีมลภาวะอย่างอื่นเข้ามารบกวนชีวิตเรา แน่นอนว่าย่อมจะส่งผลเสียให้กับคุณภาพชีวิตของคุณให้น้อยลงกว่าเดิม สุขภาพก็แย่ลงกว่าเดิมแน่นอน การหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะให้ความสำคัญ หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องเหล่านี้ควรจะเป็นเรื่องของหน่วยงานอย่างเดียว ที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมกลับมาเหมือนเดิม แต่อยากจะบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทุกคนทั้งหมด เพราะว่าเราอาศัยอยู่บนโลกเหมือนกัน เพื่อให้มองเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลองมาดูเหตุผลกันว่า เพราะอะไรเราถึงต้องมาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และดูแลให้ดีกว่าเดิม เพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมโลก นั่นก็คือบรรดาสัตว์ป่า หรือสัตว์น้ำทั้งหลายนั่นเอง เพราะว่าเมื่อสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย พวกสัตว์เหล่านี้มักจะอยู่ไม่ได้และจะสูญพพันธ์ไปจากโลกทันที เหมือนกับสัตว์ป่าหลายๆ ชนิด ที่ทนกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมไม่ จนต้องสูญพันธ์ไปหลายชนิด เพื่อกระจายพันธุ์พืช

พลังงานชีวมวล

ข้อควรระวังที่น่าจับตาของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวลข้อควรระวังที่น่าจับตาของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล

นอกเหนือไปจากการศึกษาข้อดีของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล แล้ว ในบทความนี้ เราก็จะมาชี้ข้อมูลอีกด้านที่คุณให้เห็นว่า ข้อเสียหรือข้อควรระวังที่น่าจับตามองของการผลิตพลังงานไฟฟ้าชนิดนี้คืออะไร เพื่อที่คุณจะได้รับทราบถึงข้อมูลที่สำคัญสองด้านของการผลิตพลังงานด้วยระบบนี้  การผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล มีข้อควรระวังอะไรที่ควรรู้บ้าง?  ข้อเสียของโรงไฟฟ้าชีวมวล คืออาจก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นได้ หากการผลิตนั้นไม่ได้มีการควบคุม หรือไม่ได้มีการระมัดระวังมากพอ โดยการปล่อยพลังงาน จากการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล อาจทำให้เกิดมลพิษในอากาศ น้ำใต้ดิน แม่น้ำ ลำธาร และทะเลสาบ นอกจากนี้พืชผลทางการเกษตรบางชนิดที่ใช้เป็นพลังงานชีวมวล เช่น…อ้อยและปาล์มน้ำมันยังถูกเพาะปลูกในลักษณะ ที่มักสร้างผลกระทบในทางลบต่อระบบนิเวศในท้องถิ่น นอกจากนี้ข้อเสียที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ของการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล คืออาจทำลายความมั่นคงทางอาหารได้ ในบางประเทศพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ถูกนำมาแปลงเป็นการผลิตพืชชีวมวล เปลี่ยนที่ดิน