จากข้อมูลของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ พบว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ยังคงน่าเป็นห่วงเกือบทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ในระดับที่เรียกว่าเกินค่ามาตรฐาน ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตกันอย่างปลอดภัยเราจะมาอัปเดตแนวทางการป้องกันตัวเอง พร้อมทำความเข้าใจสาเหตุทำไมฝุ่น PM 2.5 ถึงยังคงอยู่
สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5
หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 แหล่งกำเนิด ได้แก่
1. แหล่งกำเนิดโดยตรง
ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมการจราจรและขนส่ง การเผาในที่โล่ง และการเผาเชื้อเพลิง
2. แหล่งกำเนิดทางอ้อม
ได้แก่ ฝุ่น ทุติยภูมิ ซึ่งเกิดจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมตัวกับสารประกอบแอมโมเนีย (แอมโมเนียไนเตรท แอมโมเนียซัลเฟต)
3. สารพิษข้ามพรมแดน
ที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
**หมายเหตุ** ปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน คือ สูงกว่า 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
แนวทางการป้องกันฝุ่น PM 2.5
มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ได้แก่
1. สำหรับประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่สีแดง
หรือมีปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกิดมาตรฐาน แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากพบว่ามีอาการทางสุขภาพควรรีบเดินทางไปพบแพทย์
2. สำหรับประชาชนทั่วไป
ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและเฝ้าระวังสุขภาพ
3. สำหรับผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ
ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และกรณีมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แนวทางการการดูแลและป้องกันตนเอง
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยหลัก ๆ ประกอบไปด้วย
- ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างใกล้ชิด สามารถติดตามได้หลายช่องทาง เช่น แอปพลิเคชัน air4thai ศูนย์การสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ฯลฯ จะมีการอัปเดตสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในแต่ละภูมิภาคให้ได้ติดตามเพื่อเฝ้าระวัง ใครไม่เคยอ่านข้อมูลหรือตามสถานการณ์บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล เพราะว่าอ่านข้อมูลง่ายมาก ๆ เนื่องจากมีการแจกแจงข้อมูลชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงและแต่ละพื้นที่มีค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM 2.5 มากน้อยแค่ไหน
- หมั่นสังเกตอาการตัวเอง หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ได้แก่ แน่นหน้าอก ไอ คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ อาเจียน หรืออาการอื่น ๆ ที่ผิดปกติ
- กรณีพบว่าค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดงหรือสีส้ม ควรงดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีเหตุจำเป็นให้ต้องออกจากบ้านควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน
- ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เพื่อความปลอดภัยต่อส่วนรวม เช่น ปิ้ง ย่าง จุดธูป เผากระดาษเงิน กระดาษทอง เผาขยะ เป็นต้น
และสุดท้ายหากพบว่าตนเองมีอาการผิดปกติใด ๆ แม้เพียงเล็กน้อย ขอแนะนำว่าควรรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันทีเพื่อหาแนวทางในการรักษาและป้องกันอาการลุกลาม และอย่าลืมติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่องเพื่อหาแนวทางการรับมืออย่างเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ขอแนะนำให้ติดตามสถานการณ์บ่อยหรือถี่เกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและความกดดันจนไม่เป็นอันทำอะไร
