Action For Our Planet Environment ข้อควรระวังที่น่าจับตาของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล

ข้อควรระวังที่น่าจับตาของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล

นอกเหนือไปจากการศึกษาข้อดีของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล แล้ว ในบทความนี้ เราก็จะมาชี้ข้อมูลอีกด้านที่คุณให้เห็นว่า ข้อเสียหรือข้อควรระวังที่น่าจับตามองของการผลิตพลังงานไฟฟ้าชนิดนี้คืออะไร เพื่อที่คุณจะได้รับทราบถึงข้อมูลที่สำคัญสองด้านของการผลิตพลังงานด้วยระบบนี้ 

การผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล มีข้อควรระวังอะไรที่ควรรู้บ้าง? 

ข้อเสียของโรงไฟฟ้าชีวมวล คืออาจก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นได้ หากการผลิตนั้นไม่ได้มีการควบคุม หรือไม่ได้มีการระมัดระวังมากพอ โดยการปล่อยพลังงาน จากการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล อาจทำให้เกิดมลพิษในอากาศ น้ำใต้ดิน แม่น้ำ ลำธาร และทะเลสาบ นอกจากนี้พืชผลทางการเกษตรบางชนิดที่ใช้เป็นพลังงานชีวมวล เช่น…อ้อยและปาล์มน้ำมันยังถูกเพาะปลูกในลักษณะ ที่มักสร้างผลกระทบในทางลบต่อระบบนิเวศในท้องถิ่น นอกจากนี้ข้อเสียที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ของการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล คืออาจทำลายความมั่นคงทางอาหารได้ ในบางประเทศพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ถูกนำมาแปลงเป็นการผลิตพืชชีวมวล เปลี่ยนที่ดิน รวมทั้งน้ำ แรงงาน และทรัพยากรอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อผลิตอาหารสำหรับประชากรในท้องถิ่นได้  

การผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวล มีประสิทธิภาพเพียงใด? 

ประสิทธิภาพของการผลิต พลังงานไฟฟ้าชีวมวล มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงประเภทและคุณภาพของเชื้อเพลิงชีวมวล รวมทั้งประเภทของกระบวนการแปรสภาพ และประเภทของโรงไฟฟ้า โดยทั่วไป ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานของโรงไฟฟ้าชีวมวล จะอยู่ในช่วงประมาณ 20% – 85% โรงไฟฟ้าชีวมวลแบบเผาไหม้โดยตรงมีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานประมาณ 20% โรงไฟฟ้าชีวมวลที่ผลิตไฟฟ้านอกเหนือจากความร้อน (จากการเผาไหม้โดยตรง) มีประสิทธิภาพการแปลงสูงถึง 80%  

โรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้การผลิตแบบไพโรไลซิส มีประสิทธิภาพมากกว่าโรงไฟฟ้าที่มีการเผาไหม้โดยตรง  

โดยไพโรไลซิส เป็นกระบวนการแปลง พลังงานไฟฟ้าชีวมวล ที่ละเอียดและควบคุมได้ดีกว่า และใช้วัสดุอินทรีย์ที่มีพลังงานสูงสำหรับการนำมาแปลงเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การไพโรไลซิสของมูลไก่และข้าวมีประสิทธิภาพการแปลงเป็น พลังงานไฟฟ้าชีวมวล 84% ในขณะที่ไพโรไลซิสของแกลบมีประสิทธิภาพการแปลง 89% โรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้การย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจนสามารถมีประสิทธิภาพสูง ในการแปลงสารอินทรีย์ให้เป็นพลังงานที่ส่งออกได้ ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานของโรงไฟฟ้าระบบย่อยสลายแบบไร้อากาศอยู่ที่ประมาณ 75% 

จากการเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงสุดของโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ที่ประมาณ 45% ซึ่งหมายความว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่เพียงมีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม มากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว โรงไฟฟ้าชีวมวลยังมีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานได้ดีกว่ามากอีกด้วย ทำให้แม้จะมีข้อเสียแต่ก็มีข้อดีกว่าการผลิตไฟฟ้าแบบเก่าอย่างแน่นอน  

Related Post

โรงไฟฟ้า

หน้าที่ของโรงไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าประเภทต่าง ๆหน้าที่ของโรงไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ

“โรงไฟฟ้า” คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้า จากการแปลงพลังงานจากแหล่งพลังงานหลักให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แหล่งพลังงานหลักอาจมาจากแหล่งต่าง ๆ มากมาย เช่น พลังงานนิวเคลียร์ เชื้อเพลิงฟอสซิล

แนวปะการังในประเทศไทย

ปะการังไทยในวันที่ต้องการความช่วยเหลือ: ฟื้นฟูเพื่ออนาคตของท้องทะเลปะการังไทยในวันที่ต้องการความช่วยเหลือ: ฟื้นฟูเพื่ออนาคตของท้องทะเล

แนวปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีความซับซ้อน และเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในทะเล ทรัพยากรสัตว์น้ำนานาชนิดจากแนวปะการังถูกนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อม ความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังดึงดูดให้มีการใช้ประโยชน์จากแนวปะการังมากขึ้น ทั้งในด้านการประมง และการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสำคัญมากทางเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยในปัจจุบันแนวปะการังในประเทศไทยมีแนวโน้มจะมีความเสื่อมโทรมมากขึ้นทั้งสาเหตุที่เกิด จากปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น พายุ คลื่นสึนามิ การฟอกขาวของปะการัง (coral bleaching) และจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การระเบิดปลา การทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง การดำน้ำ เรือชนหรือเกยตื้น เป็นต้น วันนี้จะพาไปชมแนวปะการังที่สำคัญของไทยกันเลยดีกว่า  1. แนวปะการังอ่าวไทย  ในฝั่งทะเลอ่าวไทยมีพื้นที่แนวปะการัง รวมทั้งหมดประมาณ 45,500 ไร่ แบ่งเป็น

เหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมเหตุผลที่เราควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ชีวิตเราจะยืนยาวอยู่ได้ นอกจากการรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีแล้ว เรื่องของสภาพแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็ถือว่ามีผลเช่นกัน ถ้าหากสิ่งแวดล้อมไม่ดี อากาศเป็นพิษ หรือมีมลภาวะอย่างอื่นเข้ามารบกวนชีวิตเรา แน่นอนว่าย่อมจะส่งผลเสียให้กับคุณภาพชีวิตของคุณให้น้อยลงกว่าเดิม สุขภาพก็แย่ลงกว่าเดิมแน่นอน การหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะให้ความสำคัญ หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องเหล่านี้ควรจะเป็นเรื่องของหน่วยงานอย่างเดียว ที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมกลับมาเหมือนเดิม แต่อยากจะบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทุกคนทั้งหมด เพราะว่าเราอาศัยอยู่บนโลกเหมือนกัน เพื่อให้มองเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลองมาดูเหตุผลกันว่า เพราะอะไรเราถึงต้องมาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และดูแลให้ดีกว่าเดิม เพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมโลก นั่นก็คือบรรดาสัตว์ป่า หรือสัตว์น้ำทั้งหลายนั่นเอง เพราะว่าเมื่อสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย พวกสัตว์เหล่านี้มักจะอยู่ไม่ได้และจะสูญพพันธ์ไปจากโลกทันที เหมือนกับสัตว์ป่าหลายๆ ชนิด ที่ทนกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมไม่ จนต้องสูญพันธ์ไปหลายชนิด เพื่อกระจายพันธุ์พืช